อาคารตำรวจภูธรนครปฐม ชั้น ๓ ถนนขวาพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม  โทรศัพท์ ๐-๓๔๒๕-๑๙๘๑  โทรสาร ๐-๓๔๒๕-๘๔๗๘

การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลด้วย DNA

73c564de315ae81db9aaa50a11f02581 XL

 

          นับเป็นเวลา 20 ปีเต็มแล้วที่ DNA เข้ามามีบทบาท ในการเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ร้ายฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ประเทศอังกฤษ ภายใต้การวิจัยและพัฒนาของศาสตราจารย์ด้านพันธุกรรม ชื่อ อเล็ก เจฟฟรีย์ ซึ่งวงการวิทยาศาสตร์คงต้องยกย่องให้เกียรติว่าท่านเป็นผู้คิดลายพิมพ์นิ้ว มือดีเอ็นเอ (DNA Fingerprinting) และ ช่วยให้ตำรวจคลี่คลายคดีโดยตรวจพบดีเอ็นเอจากเหยื่อที่ถูกฆ่าข่มขืนซึ่ง ตรงกับดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย ที่เป็นช่างทำขนมปัง ชื่อ โคลิน พิชท์ฟอร์ด เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1987 ผลการตรวจครั้งนั้นเป็นหลักฐานแน่นหนาพอที่จะทำให้ศาลพิพากษาจำคุกผู้ต้องหา ตลอดชีวิต อีกทั้งเป็นการขยายผลไปใช้ตรวจวิเคราะห์หาสารพันธุกรรมจากเลือด, เส้นผม, น้ำลาย หรือน้ำอสุจิ จากสถานที่เกิดเหตุจนทำให้พนักงานสอบสวนทั่วโลกคลี่คลายคดีอาชญากรรมจนถึงวันนี้ได้หลายแสนราย

 

dna2

 

          อังกฤษ เป็นประเทศที่สร้างฐานข้อมูล DNA แห่งชาติ โดยออกกฎหมาย เมื่อปี 2001 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากผู้ต้องหา ในคดีความที่มีโทษรุนแรงถึงขั้นต้องขึ้นทะเบียนประวัติโดยไม่ต้อง ขอความเห็นชอบจากเจ้าตัว (Recordable Crimes) และถึงแม้ศาลพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวตำรวจก็ไม่ต้องลบข้อมูลออกจาก ฐานข้อมูลดีเอ็นเอที่เก็บบันทึกไว้แล้ว อังกฤษจึงเป็นประเทศที่มีฐานข้อมูล DNA แห่งชาติใหญ่ที่สุดในโลก โดยเก็บข้อมูลใส่ฐานได้ 3 หมื่นชุด จนได้ถึง 4 ล้านชุด หรือ 6% ของประชากรทั้งประเทศ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาที่มีประชากรมากกว่า 5 เท่า แต่มีฐานข้อมูล DNA เพียง 5 ล้านชุด

         รัฐบาลประเทศอังกฤษพอใจกับฐานข้อมูลมากถึงกับคิดจะขยายโดยแก้กฎหมายให้เก็บ ตัวอย่าง DNA ได้ แม้ในผู้ต้องหาคดีที่มีลหุโทษ อย่างเช่น ทิ้งขยะในที่สาธารณะหรือคดีจราจร ซึ่งปกติไม่ต้องเก็บบันทึก ไว้ในทะเบียน ประวัติ (Non-Recordable Crimes) และเมื่อเดือนที่แล้วผู้พิพากษาอาวุโสท่านหนึ่งถึงกับเสนอให้สร้างฐานข้อมูล รายละเอียดทางพันธุกรรมของประชากรชาวอังกฤษและใครก็ตามที่เดินทางไปเยือน เกาะอังกฤษอันเป็นที่มาของเสียงคัดค้านจาก กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนว่าเป็นการกระทำล้ำเส้น
          ข้อคัดค้านมีว่าให้รัฐบาลอังกฤษยุติการขยายผลการเก็บ ข้อมูล DNA และให้ลบข้อมูลพันธุกรรมในรายที่ผู้ต้องหาบริสุทธิ์ โดยเสนอให้ตำรวจทุ่มเทกำลังความพยายามเก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุแทน ซึ่งจุดนี้เองที่ตำรวจสวนกลับได้อย่างน่าฟังว่ากระบวนวิธีการสร้าง ฐานข้อมูล DNA ของอังกฤษขณะนี้เป็นไปด้วยดี ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2006 ทางการเก็บ DNA ของผู้บริสุทธิ์บรรจุฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนราย พร้อมกันนี้ตัวอย่างวัตถุพยานจากที่เกิดเหตุสามารถ ตรวจวิเคราะห์ DNA แล้วสอบเทียบว่า ตรงกับข้อมูล 2 แสนรายดังกล่าวถึง 8,000 ตัวอย่าง แสดงว่าผู้บริสุทธิ์เรือนแสนคนที่ว่านั้นจริง ๆ แล้วมีพฤติกรรมทำชั่วหลายคน และวิธีการนี้ช่วยลดขั้นตอนจนทำให้ตำรวจจับผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
          สังคมโลกควรพิจารณาดูว่าการเพิ่มฐานข้อมูล DNA ของประชากรโลกทั้งหกพันกว่าล้านคนเข้าไปในทะเบียนราษฎร น่าจะเป็นประโยชน์มาก  กว่าโทษ อย่างน้อยก็ในเรื่องการติดตามคนหาย, การคลี่คลายอาชญากรรมข้ามชาติ, การวิเคราะห์สายพันธุ์, การศึกษาวิจัยยารักษาโรคแบบมุ่งเป้า

อ่านต่อได้ที่  :  www.bloggang.com/    ขอขอบคุณเจ้าของบทความ ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี

 

 

 

 

 

รวมเว็บไซต์สื่อสารมวลชน

footer tv3  footer tv5  footer tv7  footer tv9  footer sst            footer newspaper1  footer newspaper4  footer newspaper6 

 footer newspaper2  footer bangkoktoday  footer newspaper3  footer newspaper8  

footer newspaper9footer newspaper11  

สอบถาม ร้องเรียน เสนอแนะ  :  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๗   อาคารตำรวจภูธรนครปฐม ชั้น ๓ ถนนขวาพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ๗๓๐๐๐

Top
We use cookies to improve our website. By continuing to use this website, you are giving consent to cookies being used. More details…